Gadget

Smart Watch, Robot Cleaner

TRENDS

Air Purifier,

LIFESTYLE

Nature, Health, Fitness

เครื่องฟอกอากาศกำจัดฝุ่น PM 2.5 ที่ดีที่สุดในปี 2026

 

เมื่อเข้าสู่ช่วงหน้าหนาว นอกจากอากาศที่เย็นลงแล้ว สิ่งที่มักมาพร้อมกันเสมอคือ ฝุ่น PM2.5 หลายคนอาจเลือกหลีกเลี่ยงฝุ่นจากภายนอกด้วยการกลับมาพักผ่อนอยู่ในบ้าน โดยเฉพาะพื้นที่ปิดอย่างห้องนั่งเล่นหรือห้องนอน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ฝุ่น PM2.5 สามารถติดมากับเสื้อผ้า รองเท้า หรือลอยผ่านประตูหน้าต่างที่ปิดอยู่ และค่อย ๆ สะสมอยู่ภายในบ้านได้ทุกวันโดยที่เราไม่รู้ตัว

PM 2.5 คืออะไร มีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างไรบ้าง

ฝุ่น PM2.5 คือ ฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า โดยมีขนาดเล็กกว่าเส้นผมของมนุษย์ถึง 25 เท่า หรือราว 2.5 ไมโครเมตร ด้วยขนาดที่เล็กขนาดนี้ ทำให้สามารถลอยอยู่ในอากาศได้นาน และเมื่อเราหายใจเข้าไป ฝุ่นละอองเหล่านี้จะเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ ก่อนจะสะสมในปอด และบางส่วนอาจผ่านเข้าสู่กระแสเลือดได้ ในช่วงแรกร่างกายอาจแสดงอาการระคายเคือง เช่น คัดจมูก จาม หรือมีน้ำมูกไหล โดยเฉพาะในเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีระบบทางเดินหายใจอ่อนแอ และหากต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีฝุ่นสะสมอย่างต่อเนื่อง ก็อาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว เช่น โรคหอบหืด ภูมิแพ้ หรือปัญหาหัวใจและหลอดเลือดได้

ด้วยเหตุนี้การเลือกใช้ เครื่องฟอกอากาศ PM2.5 ที่ดีที่สุดในปี 2026 จึงเป็นสิ่งที่หลายครอบครัวให้ความสำคัญมากขึ้น หากเราเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศที่มีประสิทธิภาพ สามารถกรองฝุ่น PM2.5 และมลพิษที่มองไม่เห็นได้ จะช่วยให้อากาศภายในบ้านสะอาดขึ้น ทุกคนในครอบครัวใช้เวลาพักผ่อนได้อย่างสบายใจมากขึ้นกว่าเดิม

เครื่องฟอกอากาศ PM 2.5 ยี่ห้อไหนดี ปี 2026

Sharp รุ่น FP-J30TA สำหรับห้องไม่เกิน 23 ตร.ม.

ราคา 2,505 บาท (อาจเปลี่ยนแปลง) เช็กราคา

เริ่มต้นกันที่ เครื่องฟอกอากาศ Sharp รุ่น FP-J30TA รุ่นนี้ออกแบบมาสำหรับห้องขนาดเล็กไม่เกิน 23 ตารางเมตร เหมาะกับห้องนอนหรือห้องทำงานขนาดกะทัดรัด จุดเด่นคือ "เทคโนโลยี Plasmacluster" ที่ปล่อยอนุภาคไฟฟ้าบวกและลบกระจายไปในอากาศ ช่วยลดเชื้อโรคและเชื้อแบคทีเรียที่ลอยอยู่ รวมถึงเชื้อไวรัสบางชนิดที่เป็นสาเหตุของโรคทางเดินหายใจ
รุ่นนี้มาพร้อมแผ่นกรอง HEPA ที่สามารถดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่าง PM2.5 ได้สูงถึง 99.97% พร้อมช่วยลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ เช่น กลิ่นอับชื้น กลิ่นบุหรี่ หรือกลิ่นจากสัตว์เลี้ยง รวมถึงสารก่อภูมิแพ้จากไรฝุ่น เหมาะสำหรับคนที่มีอาการแพ้ง่าย นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันตั้งเวลาปิดเครื่อง 4 หรือ 8 ชั่วโมง ช่วยให้ใช้งานขณะนอนหลับได้สะดวก ไม่ต้องกังวลเรื่องการเปิดทิ้งไว้ตลอดทั้งคืน

TOSHIBA CAF-H20 สำหรับห้องไม่เกิน 24 ตร.ม.

ราคา 3,432 บาท (อาจเปลี่ยนแปลง) เช็กราคา

อีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจคือ TOSHIBA CAF-H20 เครื่องฟอกอากาศที่รองรับพื้นที่ใช้งานขนาด 24 ตารางเมตร มาพร้อมระบบกรองอากาศ 3 ชั้น คือ Pre-Filter สำหรับดักจับฝุ่นขนาดใหญ่ แผ่นกรอง HEPA12 ที่ช่วยกรองฝุ่น PM2.5 และอนุภาคขนาดเล็ก ไปจนถึง Activated Carbon Filter ที่ช่วยลดกลิ่นไม่พึงประสงค์อย่างควันบุหรี่หรือกลิ่นอาหาร
รุ่นนี้มี ระบบ IONIZER ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการฝุ่นและอนุภาคขนาดเล็กในอากาศ สามารถปรับแรงลมได้ 4 ระดับ และตั้งเวลาการทำงานได้ 1, 2, 4 และ 8 ชั่วโมง รวมถึงมีโหมด Sleep สำหรับช่วงที่ต้องการลดเสียงรบกวน สามารถตั้งไว้ในห้องนอน ห้องทำงาน หรือห้องนั่งเล่น พร้อมระบบแจ้งเตือนเมื่อถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนแผ่นกรอง

Electrolux UltimateHome 300 สำหรับห้องไม่เกิน 26 ตร.ม.

ราคา 2,242 บาท (อาจเปลี่ยนแปลง) เช็กราคา

สำหรับใครที่กำลังมองหาเครื่องฟอกอากาศดีไซน์ทันสมัย Electrolux UltimateHome 300 เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจไม่น้อยเลยครับ เพราะออกแบบมาในสไตล์สแกนดิเนเวียน เข้ากับการตกแต่งบ้านได้หลายรูปแบบ เหมาะสำหรับห้องขนาด 23 - 26 ตารางเมตร
รุ่นนี้มีระบบเซนเซอร์ตรวจจับคุณภาพอากาศที่แสดงผลค่า AQI ผ่านไฟ LED ทำให้มองเห็นสภาพอากาศในห้องได้ทันที ช่วยลดสารก่อภูมิแพ้และมลพิษในอากาศด้วยระบบกรองอากาศ 4 ขั้นตอน ตั้งแต่ Pre-Filter, Anti-bacterial HEPA, HEPA13 ไปจนถึง Activated Carbon ที่สามารถดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่าง PM1, PM2.5 และ PM10 รวมถึงแบคทีเรียและไวรัส โดยมีค่า CADR 203 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ช่วยหมุนเวียนอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ รองรับการใช้งานผ่านระบบสัมผัส ปรับแรงลมได้ 3 ระดับ และมี Smart Mode ให้เครื่องปรับการทำงานอัตโนมัติ รวมถึง Sleep Mode สำหรับช่วงเวลาที่ต้องการลดเสียงรบกวนในเวลากลางคืน ดูดอากาศได้รอบทิศทาง 360 องศา พร้อมไฟแจ้งเตือนเมื่อถึงเวลาต้องเปลี่ยนแผ่นกรอง

Hatari Air Purifier AP12R1 สำหรับห้องไม่เกิน 32 ตร.ม.

ราคา 2,242 บาท (อาจเปลี่ยนแปลง) เช็กราคา

ถัดมาขอขยับจากเครื่องฟอกอากาศในห้องขนาดเล็ก มาเป็นรุ่นที่รองรับห้องที่มีขนาดใหญ่ขึ้นกันบ้างดีกว่า สำหรับ Hatari Air Purifier รุ่น AP12R1 รุ่นนี้สามารถใช้งานได้ทั้งในบ้านและคอนโด ครอบคลุมพื้นที่ 20 - 32 ตารางเมตร ไม่ว่าจะวางในห้องนั่งเล่น ห้องนอน หรือโซนที่อยู่รวมกันหลาย ๆ คนก็ทำได้สบาย ๆ เพราะรุ่นนี้มีระบบเซนเซอร์ตรวจจับฝุ่น PM2.5 พร้อมแสดงค่า AQI ที่บ่งบอกคุณภาพอากาศภายในห้องได้แบบเรียลไทม์ สามารถกรองอากาศได้ 4 ระดับ ไม่ว่าจะเป็น แผ่นกรอง HEPA Filter กรองฝุ่นและเชื้อโรคขนาดเล็กความละเอียด 0.3 ไมครอน รวมถึงสารก่อภูมิแพ้ ควบคู่กับ Carbon Filter ที่ช่วยลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ภายในห้อง เช่น กลิ่นอาหาร กลิ่นสัตว์เลี้ยง หรือควันบุหรี่
อีกทั้งยังมีโหมด Auto ปรับแรงลมตามปริมาณฝุ่นภายในห้องอัตโนมัติ โหมด Sleep ช่วยประหยัดพลังงานและลดระดับเสียงขณะทำงานได้ต่ำสุด 30 เดซิเบล และฟังก์ชันตั้งเวลาสูงสุด 8 ชั่วโมง มีระบบแจ้งเตือนเปลี่ยนแผ่นกรอง และระบบตัดไฟอัตโนมัติเพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน

Levoit Core 200S สำหรับห้องไม่เกิน 35 ตร.ม.

ราคา 2,863 บาท (อาจเปลี่ยนแปลง) เช็กราคา

ถ้าพูดถึงเครื่องฟอกอากาศที่ออกแบบมาให้ทำงานร่วมกับไลฟ์สไตล์สมาร์ทโฮมได้อย่างลงตัว Levoit Core 200S เรียกได้ว่าตอบโจทย์ได้ดีทีเดียว เพราะรุ่นนี้ไม่ได้โดดเด่นในเรื่องการฟอกอากาศเท่านั้น แต่ยังสามารถรองรับการสั่งงานผ่านแอปพลิเคชัน VeSync และ Voice Control หรือการสั่งงานด้วยเสียงผ่าน Amazon Alexa และ Google Assistant ให้เราสามารถปรับตั้งค่าต่าง ๆ จากที่ไหนก็ได้โดยไม่ต้องพึ่งรีโมต ตั้งแต่การปรับแรงลม ตั้งค่าตารางการทำงานอัตโนมัติ ติดตามอายุการใช้งานของแผ่นกรอง แจ้งเตือนเมื่อถึงเวลาเปลี่ยนไส้กรอง และโหมดกลางคืน (Sleep Mode) ที่ทำงานเงียบลง โดยมีระดับเสียงต่ำสุด 24 เดซิเบล เพื่อไม่ให้รบกวนการนอนหลับ
นอกจากนี้ ยังมีเซนเซอร์ตรวจวัดคุณภาพอากาศที่แสดงผลค่า AQI (Air Quality Index) รุ่นนี้ได้รับการรับรองจาก ETL, FCC Certified และ CARB ถือเป็นอุปกรณ์อัจฉริยะที่ผสานอยู่ใน Ecosystem ของระบบสมาร์ทโฮมได้อย่างลงตัว

SAMSUNG AX32BG3100GB สำหรับห้องไม่เกิน 41 ตร.ม.

ราคา 4,930 บาท (อาจเปลี่ยนแปลง) เช็กราคา

ถัดมาเป็น เครื่องฟอกอากาศ SAMSUNG รุ่น AX32BG3100GB ที่พัฒนาภายใต้แนวคิด Sustainable Living และ Connectivity นิยามใหม่ของการใช้ชีวิตในบ้านด้วยเทคโนโลยี AI รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi และควบคุมผ่าน แอป SAMSUNG SmartThings มาพร้อมระบบกรองอากาศ 3 ชั้น เริ่มจาก Pre-filter ดักจับฝุ่นขนาดใหญ่ที่สามารถถอดล้างได้ และแผ่นกรอง Activated Carbon ดูดซับกลิ่นและก๊าซไม่พึงประสงค์ ก่อนปิดท้ายด้วยแผ่นกรอง HEPA ซึ่งสามารถกรองฝุ่นได้อย่างละเอียดตั้งแต่ PM10, PM2.5, PM1.0 ไปจนถึง PM0.3 ได้สูงสุดถึง 99.9% พร้อมไฟแสดงสถานะคุณภาพอากาศ Air Sensing Light 4 ระดับ ไล่สีตั้งแต่ฟ้า น้ำเงิน เหลือง ไปจนถึงแดง ช่วยให้มองแค่แวบเดียวก็รู้ทันทีว่าอากาศในห้องอยู่ในระดับไหน

Xiaomi Smart Air Purifier 4 Lite สำหรับห้องไม่เกิน 43 ตร.ม.

ราคา 2,992 บาท (อาจเปลี่ยนแปลง) เช็กราคา

เครื่องฟอกอากาศอัจฉริยะ Xiaomi มีให้เลือกหลายรุ่น ตั้งแต่รุ่น Compact, Lite, Pro ไปจนถึง Elite โดยรุ่นที่อยากจะหยิบมาพูดถึงในวันนี้คือ Xiaomi Smart Air Purifier 4 Lite เพราะเป็นเครื่องฟอกอากาศราคาประหยัดที่ให้ขอบเขตการทำงานครอบคลุมพื้นที่ได้ถึง 43 ตารางเมตร ซึ่งเรียกได้ว่าสวนทางกับราคาขายที่ไม่ถึง 3,000 บาท
มีจุดเด่นตรงที่มาพร้อม PM CADR (Clean Air Delivery Rate) ซึ่งเป็นตัวเลขที่บอกว่าเครื่องสามารถผลิตอากาศสะอาดออกมาได้เร็วแค่ไหน ยิ่งค่า CADR สูง ก็ยิ่งหมุนเวียนอากาศสะอาดได้ไว เหมาะสำหรับห้องที่ต้องการลดฝุ่นในระยะเวลาสั้น ๆ ซึ่งรุ่นนี้ยังมีเซ็นเซอร์ตรวจจับฝุ่น PM2.5 และไส้กรอง 3 in 1 สามารถกรองมลพิษทางอากาศได้แบบชั้นต่อชั้น ตั้งแต่ขนสัตว์ สะเก็ดผิวหนัง เส้นใยฝ้าย ควัน ไมโครพลาสติก และแบคทีเรียอย่าง Escherichia coli, Staphylococcus albus, Streptococcus pneumoniae และไวรัส H1N1 ในอากาศได้
นอกจากนี้รองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์เข้ากับระบบสมาร์ทโฮมบนแอป Mi Home และรองรับการสั่งงานด้วยเสียงผ่าน Amazon Alexa และ Google Assistant

Bwell AP-M1536S สำหรับห้องไม่เกิน 45 ตร.ม.

ราคา 2,182 บาท (อาจเปลี่ยนแปลง) เช็กราคา

สำหรับบ้านที่มีเด็กเล็ก Bwell รุ่น AP-M1536S เป็นเครื่องฟอกอากาศที่ออกแบบมาโดยคำนึงถึงความปลอดภัยในการใช้งานเป็นหลัก โดยมีระบบ Child Lock ป้องกันไม่ให้เด็กกดเล่น สามารถตั้งวางในห้องนั่งเล่น และพื้นที่ส่วนกลางภายในบ้าน มีระบบฟอกอากาศ 3 ขั้นตอน เริ่มจากแผ่นกรองชั้นแรกสำหรับดักจับฝุ่นขนาดใหญ่ เช่น เส้นผม ขนสัตว์ และฝุ่นขนาดเล็กเพียง 0.1 ไมครอน รวมถึงฝุ่น PM2.5 ไรฝุ่น และสารก่อภูมิแพ้ต่าง ๆ เช่น ละอองเกสรดอกไม้ที่ติดมาตามเสื้อผ้า สัตว์เลี้ยง หรือลมที่พัดเข้ามา โดยมี Pollution Sensor แสดงค่าฝุ่นเป็นไฟ LED รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi เพื่อความสะดวกในการสั่งงานผ่าน แอป Smart Life พร้อมโหมดการทำงานแบบ Auto Mode ที่ตรวจวัดระดับมลพิษจากระบบเซ็นเซอร์ ปรับแรงลมอัตโนมัติ เช่น เพิ่มแรงลมเมื่อค่าฝุ่นเพิ่มสูงขึ้น และลดระดับลงเมื่ออากาศสะอาด
นอกจากนี้ยังมี Sleep Mode ที่ลดทั้งเสียงและแสงจากตัวเครื่อง เหมาะสำหรับการใช้งานในช่วงเวลากลางคืนโดยไม่รบกวนการพักผ่อน

เครื่องฟอกอากาศ Coway Storm II สำหรับห้องไม่เกิน 50 ตร.ม.

15,410 บาท (อาจเปลี่ยนแปลง) เช็กราคา

Coway Storm II เครื่องฟอกอากาศระดับพรีเมียมที่ถูกเลือกใช้งานในสถานพยาบาลชั้นนำหลายแห่ง เช่น โรงพยาบาลกรุงเทพ โรงพยาบาลสมิตติเวช และโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถด้านการดูแลคุณภาพอากาศในระดับที่เน้นเรื่องสุขภาพเป็นหลัก รุ่นนี้ใช้ระบบกรองอากาศ 4 ขั้นตอน ครอบคลุมตั้งแต่การดักจับฝุ่นขนาดใหญ่ เช่น ขนสัตว์และเกสรดอกไม้ ไปจนถึงการดูดซับกลิ่นไม่พึงประสงค์และสารเคมีในอากาศ ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการกรองฝุ่นขนาดเล็กจิ๋วอย่าง PM2.5 รวมถึงช่วยลดการปนเปื้อนของแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อราในอากาศได้สูงถึง 99.99% ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่สะอาด ปลอดภัย และเหมาะกับผู้ที่ใส่ใจเรื่องระบบทางเดินหายใจเป็นพิเศษ
นอกจากนี้ Coway Storm II ยังรองรับโหมดการทำงานที่ออกแบบมาให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมภายในห้อง เช่น Smart Mode ที่ปรับการทำงานตามคุณภาพอากาศอัตโนมัติ Turbo Mode เร่งการฟอกอากาศแบบเร่งด่วน Haze Mode ฟอกอากาศในช่วงที่ฝุ่นหนาแน่น และ Sleep Mode ที่ลดเสียงและแสงรบกวนในเวลากลางคืน

Philips Air Purifier AC1715 21 สำหรับห้องไม่เกิน 78 ตร.ม.

ราคา 6,990 บาท (อาจเปลี่ยนแปลง) เช็กราคา

ปิดท้ายด้วยเครื่องฟอกอากาศที่เด่นทั้งเรื่องความเงียบและความแม่นยำในการตรวจวัดคุณภาพอากาศอย่าง Philips Air Purifier รุ่น AC1715/21 รุ่นนี้ใช้เทคโนโลยี AeraSense ที่ขึ้นชื่อเรื่องความแม่นยำของเซ็นเซอร์ตรวจวัดฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่าง PM2.5 และสารก่อภูมิแพ้ในอากาศแบบเรียลไทม์ พร้อมปรับความเร็วของพัดลมให้เองอัตโนมัติ เพื่อการใช้งานในห้องตั้งแต่ขนาดกลางไปจนถึงห้องขนาดใหญ่ 78 ตารางเมตร
หนึ่งในจุดแข็งที่สัมผัสได้ทันทีตั้งแต่เปิดใช้งานคือ "การทำงานที่เงียบเป็นพิเศษ" โดยเฉพาะ Sleep Mode ซึ่งลดระดับเสียงลงต่ำสุดได้ถึง 15 เดซิเบล ถือว่าเบาที่สุดเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้านี้ ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับเสียงลมหายใจหรือเสียงใบไม้ไหวเบา ๆ จึงเหมาะกับการเปิดใช้งานในช่วงพักผ่อนหรือขณะนอนหลับโดยแทบไม่รู้สึกถึงการทำงานของเครื่องเลย

ดูแลคนในบ้านจากที่ไกลอย่างมั่นใจ ผ่านกล้องวงจรปิด Wi-Fi ในตัว

  

ปัญหาของคนทำงานต่างจังหวัด หรือไปเที่ยวต่างจังหวัดหลายวัน คือการที่ต้องเป็นห่วงคนที่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ผู้สูงอายุ หรือคนในครอบครัวที่ต้องอยู่บ้านตามลำพัง เพราะเมื่อไม่ได้อยู่ดูแลด้วยตัวเอง ก็อดคิดไม่ได้ว่าคนที่บ้านจะปลอดภัยดีหรือเปล่า
กล้องวงจรปิดในบ้าน ที่มี Wi-Fi ในตัว จึงเข้ามาช่วยให้สบายใจขึ้นเพราะสามารถเปิดดูภาพจากกล้องได้ตลอดเวลาผ่านมือถือ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม นอกจากช่วยให้เห็นความเคลื่อนไหวภายในบ้านแล้ว ยังมีระบบแจ้งเตือนการเคลื่อนไหวและดูย้อนหลังผ่าน Cloud ทำให้เช็กสถานการณ์เรียลไทม์ได้ง่ายขึ้น แม้ไม่ได้อยู่บ้านก็ยังรู้สึกอุ่นใจ

แนะนำกล้องวงจรปิด Wi-Fi ในตัว ยี่ห้อไหนดี


โรบอททำความสะอาดบ้าน ตัวช่วยบ้านสะอาดแบบไม่ต้องลงมือทำเอง

  

ชีวิตวัยทำงานมักเต็มไปด้วยภาระหน้าที่มากมาย ตั้งแต่งานประจำไปจนถึงเรื่องจุกจิกในชีวิตประจำวัน จนบางครั้งวันหยุดที่ควรจะเป็นเวลาพักผ่อน กลับต้องหมดไปกับการทำความสะอาดบ้าน แต่ในปัจจุบันการดูแลบ้านให้สะอาดไม่จำเป็นต้องแลกกับเวลาพักผ่อนอีกต่อไป เพราะในยุคนี้มี “ตัวช่วย” ที่ทำให้งานบ้านกลายเป็นเรื่องง่ายขึ้น
หนึ่งในนั้นคือ โรบอททำความสะอาดบ้าน ตัวช่วยที่ทำให้บ้านสะอาดน่าอยู่เสมอ สามารถจัดการงานบ้านแทนเราได้แบบอัตโนมัติ ครอบคลุมตั้งแต่การดูดฝุ่น ถูพื้น บางรุ่นยังรองรับการซักล้าง เปลี่ยนน้ำสกปรกด้วยตัวเอง พร้อมระบบเซ็นเซอร์อัจฉริยะหลบสิ่งกีดขวาง ไม่ต้องคอยกังวลระหว่างที่เครื่องทำงาน สามารถตั้งเวลาทำความสะอาดระหว่างที่เราออกไปทำงานหรือในช่วงเวลาพักผ่อน และนี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคนวัยทำงานจึงมองหา โรบอททำความสะอาดบ้านราคาประหยัด ที่ช่วยประหยัดทั้งแรง ทั้งเวลา โดยไม่ต้องลงมือทำเอง

โรบอททำความสะอาดบ้าน ราคาประหยัด ยี่ห้อไหนดี

ILIFE A30 PRO Robot Vacuum Cleaner

ILIFE A30 PRO หุ่นยนต์ดูดฝุ่นอัจฉริยะที่ช่วยให้การทำความสะอาดบ้านเป็นเรื่องง่าย ออกแบบมาให้ดูดฝุ่นและถูพื้นได้ในเวลาเดียวกัน ด้วยแรงดูด 5,000Pa และแบตเตอรี่ 3,200mAh ใช้งานได้นานต่อเนื่อง 180 นาที จัดการได้ทั้งฝุ่นละเอียด ขนสัตว์ และสิ่งสกปรกบนพื้นและพรม เหมาะกับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงหรือมีฝุ่นสะสมบ่อย ๆ เสริมด้วยระบบกำจัดขยะอัตโนมัติ ช่วยลดภาระการเทฝุ่น หากแบตใกล้หมดจะกลับแท่นชาร์จเองและออกมาทำงานต่อจากจุดเดิม ขณะที่เทคโนโลยี LiDAR 360° ช่วยสแกนและสร้างแผนที่ภายในบ้านได้อย่างแม่นยำ ทำความสะอาดได้เป็นระเบียบ เลี่ยงสิ่งกีดขวางและเก็บงานได้ทุกซอกทุกมุม โดยแทบไม่ต้องลงมือทำเอง

นาฬิกาออกกําลังกายผู้หญิง 2026 สำหรับสายสุขภาพที่อยากเริ่มดูแลตัวเอง

 

ปีใหม่กับผู้หญิงยุคใหม่ที่เริ่มให้ความสำคัญกับการลงทุนเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ นาฬิกาออกกําลังกายผู้หญิง กลายเป็นอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้สำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นดูแลตนเอง โดยเฉพาะนาฬิกาออกกำลังกายที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้หญิงโดยเฉพาะ ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยติดตามข้อมูลสุขภาพได้อย่างครบถ้วน แต่ยังมาพร้อมกับดีไซน์ที่สวยงามและฟังก์ชันการใช้งานที่เข้าใจง่าย เหมาะสำหรับมือใหม่ที่กำลังหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น

แนะนำนาฬิกาออกกำลังกายผู้หญิง รุ่นไหนดี 2026

Samsung Galaxy Fit 3

ราคา 1,272 บาท (อาจเปลี่ยนแปลง) เช็กราคา


สำหรับนาฬิกาตัวแรกที่แนะนำสำหรับสาวก Galaxy เลย คือ Samsung Galaxy Fit3 ด้วยหน้าจอ AMOLED ขนาด 1.6 นิ้ว พร้อมตัวเรือนอะลูมิเนียมน้ำหนักเบาและทนทาน ในราคาเพียง 1,490 บาท นาฬิกาออกกำลังกายผู้หญิง ราคาไม่แพง รุ่นนี้มาพร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานถึง 13 วัน ฟีเจอร์ติดตามสุขภาพครอบคลุมทั้งการวัดอัตราการเต้นของหัวใจ การนอนหลับ ความเครียด และระดับออกซิเจนในเลือด รวมถึงโหมดออกกำลังกายกว่า 100 รูปแบบ แถมมีระบบความปลอดภัยที่มีการตรวจจับการล้มและส่งสัญญาณ SOS ซึ่งเหมาะสำหรับผู้สูงอายุและผู้ที่ใส่ใจในเรื่องความปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น 5ATM และ IP68 ที่สามารถใช้ว่ายน้ำได้อย่างสบายใจ


Realme Watch 5

ราคา 1,476 บาท (อาจเปลี่ยนแปลง) เช็กราคา

หากพูดถึงสมาร์ทวอทช์ราคาดีที่หลายคนให้ความสนใจ Realme Watch 5 ถือเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ถูกพูดถึงบ่อย ๆ ด้วยภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่เน้นคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้ มาพร้อมฟีเจอร์การใช้งานที่ตอบโจทย์การใช้ในชีวิตประจำวัน ในราคาประมาณ 1,999 บาท
แม้ราคาจะไม่แพงมากนัก แต่คุณภาพเครื่องทำจากวัสดุ Ti-Alloy และอะลูมิเนียม น้ำหนักเบาสวมใส่สบาย ยิ่งไปกว่านั้นมาพร้อมหน้าจอแสดงผล AMOLED ขนาด 1.97 นิ้ว ที่ให้ภาพคมชัดสดใส ใช้งานได้ยาวนานสูงสุดถึง 14 วันต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ด้วยแบตเตอรี่ขนาด 460 mAh จุดเด่นสำคัญคือมี GPS ในตัว รองรับระบบ GNSS ถึง 5 ระบบ ทำให้สามารถติดตามเส้นทางการวิ่งหรือปั่นจักรยานได้โดยไม่ต้องพกสมาร์ทโฟน พร้อมโหมดกีฬามากถึง 108 โหมด เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ SpO2 และเข็มทิศในตัว นอกจากนี้ยังรองรับ NFC Card สำหรับใช้งานแทนบัตรแตะ เช่น บัตรเข้าอาคาร คีย์การ์ดคอนโด หรือระบบประตูอัตโนมัติที่รองรับ NFC (ยังไม่รองรับการชำระเงินหรือทำธุรกรรมทางการเงินแบบไร้สัมผัส) ช่วยลดความจำเป็นในการพกบัตรหลายใบ เพิ่มความสะดวกในชีวิตประจำวัน คุ้มค่าและตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์อย่างแท้จริง


Mibro Watch GS Active 2

ราคา 1,476 บาท (อาจเปลี่ยนแปลง) เช็กราคา

ถ้าใครเป็นสายออกกำลังกายกลางแจ้งเป็นประจำ โดยเฉพาะสายวิ่งหรือปั่นจักรยาน และกำลังมองหาสมาร์ทวอทช์ที่เน้นการใช้งาน Mibro GS Active2 เป็นรุ่นที่น่าสนใจ ด้วยราคาประมาณ 2,XXX บาท ที่ขยับขึ้นจากรุ่นเริ่มต้น แต่ได้ฟีเจอร์ด้านการออกกำลังกายที่จริงจังมากขึ้น จุดเด่นคือ GPS แบบ Dual-Frequency (L1+L5) ที่ช่วยให้จับสัญญาณได้เร็วและแม่นยำ เหมาะกับการใช้งานกลางแจ้ง พร้อมหน้าจอ AMOLED ความสว่างสูง มองเห็นข้อมูลได้ชัดแม้ใช้งานกลางแดด
ด้านแบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุดประมาณ 20 วัน หรือราว 15 ชั่วโมงเมื่อเปิด GPS ต่อเนื่อง รองรับโปรแกรมฝึกวิ่งตั้งแต่ 5K ไปจนถึงมาราธอน มีการวัดข้อมูลการวิ่งแบบเรียลไทม์ รวมถึงค่า VO2 max และฟีเจอร์สุขภาพพื้นฐานครบทั้งอัตราการเต้นของหัวใจ SpO2 การนอนหลับ และความเครียด เหมาะกับคนที่อยากได้สมาร์ทวอทช์สำหรับออกกำลังกายจริงจัง ในงบที่ยังควบคุมได้

HUAWEI Watch Fit 3

ราคา 1,476 บาท (อาจเปลี่ยนแปลง) เช็กราคา

HUAWEI Watch Fit 3 เป็นสมาร์ทวอทช์ที่ผสานทั้งดีไซน์สวยงามและประสิทธิภาพการใช้งานไว้ได้อย่างลงตัว จากแบรนด์ HUAWEI ที่ขึ้นชื่อด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านสุขภาพ รุ่นนี้มาในราคาเริ่มต้นประมาณ 2,490 บาท มาพร้อมสายหนังและสายไนลอนที่มีให้เลือกถึง 6 สี 6 สไตล์ โดดเด่นด้วยดีไซน์บางเบาเพียง 9.9 มิลลิเมตร ตัวเรือนอะลูมิเนียมที่ดูหรูทันสมัย น้ำหนักเพียง 26 กรัม (ไม่รวมสาย) สวมใส่สบายตลอดวัน พร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาด 1.82 นิ้ว ความสว่างสูงสุด 1,500 nits มองเห็นข้อมูลได้ชัดเจนแม้ใช้งานกลางแจ้งแดดแรง
นอกจากนี้ ยังมาพร้อมฟังก์ชันสุขภาพครบครันด้วยเซนเซอร์ TruSeen 4.0 ที่สามารถวัดอัตราการเต้นของหัวใจ ระดับออกซิเจนในเลือด SpO2 และระบบ HUAWEI TruSleep 4.0 ที่ให้ความแม่นยำสูงในการติดตามการนอนหลับ รองรับโหมดการออกกำลังกายมากกว่า 100 โหมด พร้อม GPS ในตัวและที่สำคัญยังมีลำโพงในตัวที่สามารถรับสายโทรศัพท์ได้ผ่าน Bluetooth และรองรับการใช้งานกับทั้งระบบปฏิบัติการ Android และ iOS สมดุลระหว่างดีไซน์หรูหรา ฟีเจอร์ครบครัน และประสิทธิภาพการใช้งาน

Amazfit Active Edge

ราคา 2,643 บาท (อาจเปลี่ยนแปลง) เช็กราคา

Smart Watch ของแท้ ที่เน้นความทนทานและพร้อมใช้งานในสภาพแวดล้อมสมบุกสมบัน Amazfit Active Edge ออกแบบมาสำหรับสายลุยและนักกีฬากลางแจ้งโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมทางน้ำหรือเอาต์ดอร์หนัก ๆ ตัวเรือนและหน้าจอผลิตจากพลาสติกเสริมเส้นใยแก้ว Glass Fiber-Reinforced Polyamide ที่เน้นความแข็งแรง ทนต่อแรงกระแทก แต่ยังคงน้ำหนักเบา มาพร้อมมาตรฐานกันน้ำระดับ 10 ATM ทนต่อแรงดันน้ำได้ถึง 100 เมตร รองรับได้ทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม ใส่ว่ายน้ำลึกหรือดำน้ำตื้นได้แบบชิล ๆ มี A-GPS ในตัว ช่วยติดตามเส้นทางวิ่งหรือปั่นจักรยานได้โดยไม่ต้องพกสมาร์ทโฟน รองรับโหมดกีฬาได้กว่า 130 โหมด ตั้งแต่ดำน้ำ สกี บาสเกตบอล ไปจนถึงไตรกีฬา พร้อมฟังก์ชันดูแลสุขภาพพื้นฐานอย่างการวัดอัตราการเต้นของหัวใจ SpO2 และการติดตามการนอนหลับ แบตเตอรี่รองรับการใช้งานต่อเนื่อง 16 วัน เหมาะกับผู้หญิงสายลุยที่ทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นประจำ ต้องการสมาร์ทวอทช์ที่ทนจริง ใช้งานได้จริง และมี GPS ในตัว

Mibro Watch GS Pro2


ราคา 2,643 บาท (อาจเปลี่ยนแปลง) เช็กราคา

นาฬิกา Mibro Watch GS Pro2 สมาร์ทวอทช์ที่ออกแบบมาเอาใจสาว ๆ สายออกกำลังกายไปจนถึงระดับนักกีฬาที่เริ่มฝึกซ้อมแข่งขันแบบจริงจังมากขึ้น นาฬิกาสมาร์มวอชท์รุ่นนี้ทำหน้าที่เป็นเสมือนโค้ชส่วนตัว ด้วยเซ็นเซอร์ 10 แกนที่ช่วยวิเคราะห์การเคลื่อนไหวได้ละเอียดขึ้น ทั้งการเหวี่ยงแขน การเร่ง-ชะลอความเร็ว และการเปลี่ยนทิศทาง ทำให้วิเคราะห์รูปแบบการเล่นได้ใกล้เคียงกับการใช้งานจริงมากกว่านาฬิกาทั่วไป ข้อมูลที่ได้ช่วยให้เห็นพฤติกรรมการเล่นของตัวเองชัดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความหนักของการออกกำลังกาย ระยะเวลาที่ใช้ในแต่ละช่วง หรือความต่อเนื่องของการเคลื่อนไหว รองรับโหมดกีฬาขั้นสูงอย่างไตรกีฬา และยังมีโหมดวิเคราะห์การเล่นปาเดลที่ออกแบบมาสำหรับระดับมืออาชีพ
จุดเด่นอีกอย่างคือ ชิป GPS แบบ Dual-Frequency ที่รองรับดาวเทียมถึง 5 ระบบ ช่วยติดตามเส้นทางและระยะทางได้แม่นยำ พร้อมโหมดประหยัดพลังงาน ใช้งานร่วมกับ AOD ได้สบาย ๆ ด้วยแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานสูงสุด 45 วันในโหมดปกติ และใช้ GPS ต่อเนื่องได้นาน 20 ชั่วโมง รองรับโหมดกีฬามากกว่า 150 โหมด พร้อมฟังก์ชันการ์ด NFC และรับสายโทรศัพท์ได้โดยตรงแบบไม่ต้องยกมือถือขึ้นมากดรับสาย เหมาะสำหรับนักกีฬาและผู้หญิงสายเฮลตี้ที่รักการออกกำลังกายเป็นชีวิตจิตใจ


Amazfit Active 2 Square (Premium)

ราคา 3,423 บาท (อาจเปลี่ยนแปลง) เช็กราคา

นาฬิกา Amazfit Active 2 Square รุ่น Premium เป็นสมาร์ทวอทช์ที่ออกแบบมาในโทนเรียบหรู ดูทันสมัย หน้าจอทรงสี่เหลี่ยมให้ลุคสุภาพมินิมอล แต่ยังแฝงความสปอร์ตเบา ๆ และด้วยขนาดหน้าจอ 1.75 นิ้ว ให้พื้นที่หน้าจอกว้าง อ่านข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นเวลา การแจ้งเตือน หรือสถิติการออกกำลังกาย ตัวเรือนใช้วัสดุ Stainless Steel พร้อมกระจก Sapphire Glass ที่ช่วยลดรอยขีดข่วน เหมาะกับการใส่ใช้งานในชีวิตประจำวัน และยังตอบโจทย์คนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ
นอกจากนี้ ยังรองรับ GPS ที่เชื่อมต่อดาวเทียมได้ถึง 5 ระบบ ช่วยบันทึกเส้นทางได้อย่างแม่นยำ พร้อมโหมดกีฬามากกว่า 160 โหมด และ Zepp Coach ระบบ AI ที่ช่วยแนะนำการฝึกซ้อมให้เหมาะกับร่างกายของแต่ละคน เสริมด้วยฟังก์ชันติดตามการนอนหลับและข้อมูลสุขภาพพื้นฐาน เหมาะกับคนที่อยากดูแลสุขภาพ แต่ยังต้องการสมาร์ทวอทช์ที่เรียบหรู ใส่ได้ทุกโอกาส


Garmin Forerunner 165

ราคา 4,485 บาท (อาจเปลี่ยนแปลง) เช็กราคา

สมาร์ทวอชท์ซีรีส์ Garmin Forerunner เป็นหนึ่งในตัวเลือกยอดนิยมของนักวิ่งทั่วโลก และ Garmin Forerunner 165 ออกแบบมาเพื่อคนที่อยากเริ่มจริงจังกับการวิ่งโดยเฉพาะ ตัวเรือนน้ำหนักเบาเพียง 39 กรัม ขนาด 43 มม. หนา 11.6 มม. ใส่สบายตลอดวัน หน้าจอขนาด 1.2 นิ้ว ความละเอียดสูง ช่วยให้อ่านข้อมูลได้ชัดเจนทั้งระหว่างวิ่งและใช้งานทั่วไป เลนส์หน้าจอเคลือบสารเพิ่มความแข็งแรง ลดรอยขีดข่วน พร้อมหน่วยความจำ 4 GB สำหรับจัดเก็บข้อมูลการออกกำลังกาย
สำหรับนักวิ่งสายลุย รุ่นนี้รองรับระบบ GPS ช่วยบันทึกเส้นทางและระยะทางได้แม่นยำ ใช้งาน GPS ต่อเนื่องได้นานสูงสุด 17 ชั่วโมง เสริมด้วยเทคโนโลยี Firstbeat Analytics ที่วัดอัตราการเต้นของหัวใจแบบเรียลไทม์ วิเคราะห์ Running Dynamics และรายงานความคืบหน้าการออกกำลังกายผ่านระบบเสียง เสมือนมีโค้ชมาเทรนให้เอง อีกทั้งยังมีโหมดออกกำลังกายที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง ว่ายน้ำ โยคะ ปั่นจักรยาน เวทเทรนนิ่ง ไปจนถึงการเต้นแอโรบิก และยังมีฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยอย่าง LiveTrack ตรวจจับการล้ม และส่งสัญญาณ SOS ให้ผู้ติดต่อฉุกเฉินผ่านการสัมผัสเพียงครั้งเดียว
เรียกได้ว่า Garmin Forerunner 165 เหมาะสำหรับคนที่เริ่มจริงจังกับการวิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการลงแข่งระยะสั้น ไปจนถึงงานวิ่งมาราธอน ใช้ติดตามผลการซ้อม วางแผนการวิ่ง และพัฒนาฟอร์มเพื่อเข้าเส้นชัยได้อย่างมั่นใจในทุกสนาม



Apple Watch SE 3 GPS Sport Band

ราคา 8,500 บาท (อาจเปลี่ยนแปลง) เช็กราคา

สาวก สมาร์ทวอทช์ ไอโฟน ที่กำลังมองหา Apple Wach รุ่นราคาสุดคุ้มสำหรับใช้งานทุกวัน ต้องไม่พลาดกับ Apple Watch SE 3 GPS Sport Band โดยเสน่ห์ของรุ่น SE คือความพอดี ในแง่ของฟังก์ชันที่คัดเฉพาะสิ่งที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการติดตามสุขภาพ การตรวจจับความเคลื่อนไหว การออกกำลังกาย แจ้งเตือนจาก iPhone การโทร อ่านข้อความ และ GPS สาย Sport Band เหมาะทั้งใส่ทำงาน ออกกำลังกาย หรือใช้ในวันพักผ่อน เป็นสมาร์ทวอทช์ที่บาลานซ์ระหว่างราคา ฟีเจอร์ และการใช้งานจริง เหมาะกับคนที่อยากได้ Apple Watch ที่ “ใช้ง่าย ใช้บ่อย และใช้ได้นาน” มากกว่าความจัดเต็มที่อาจไม่จำเป็นสำหรับทุกคน



Amazfit T-Rex 3 Pro

ราคา 10,690 บาท (อาจเปลี่ยนแปลง) เช็กราคา

Amazfit T-Rex 3 Pro นาฬิกาสมาร์ทวอทช์สำหรับคนที่ทำกิจกรรมกลางแจ้งและออกกำลังกายเป็นประจำ ไม่ว่าจะวิ่งเทรล ปั่นจักรยาน เดินป่า หรือดำน้ำ ตัวเรือนทำจากโพลีเมอร์เสริมใยไฟเบอร์และไทเทเนียมเกรด 5 กันน้ำระดับ 10 ATM รองรับทั้ง Freediving และ Scuba Diving หน้าจอ AMOLED กระจก Sapphire Glass ความสว่างสูงสุด 3,000 นิต มองเห็นชัดแม้อยู่กลางแดดจัด ๆ ระบบ GPS แบบ Dual-Band รองรับ 6 ดาวเทียม พร้อมแผนที่ออฟไลน์ ช่วยวางแผนเส้นทาง พร้อมระบบเตือนเมื่อออกนอกเส้นทาง เหมาะกับการวิ่งเส้นทางใหม่หรือเดินป่าในพื้นที่สัญญาณจำกัด แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 25 วัน รองรับโหมดกีฬามากกว่า 180 โหมด

  • วิเคราะห์การวิ่งด้วย Virtual Pacer และ Smart Trajectory Correction ใช้ AI Training ผ่าน Zepp Coach™ 
  • ระบบรู้จำการออกกำลังกายอัตโนมัติ ท่าฝึกกล้ามเนื้อ 25 ท่า ประเมินสมรรถนะด้วย PeakBeats™ 
  • เซ็นเซอร์ BioTracker™ 6.0 ตรวจวัดหัวใจ ออกซิเจนในเลือด ความเครียด และอุณหภูมิผิวตลอด 24 ชั่วโมง
  • BioCharge™ บอกระดับพลังงานร่างกาย ช่วยวางแผนวันซ้อม วันพัก และการฟื้นฟูได้แม่นยำ 
  • การติดตามการนอนแบบละเอียดช่วยปรับสมดุลการพักผ่อน


Garmin Forerunner 570

ราคา 14,990 บาท (อาจเปลี่ยนแปลง) เช็กราคา

สำหรับนักวิ่งระบบโปรรันที่ต้องการความแม่นยำและความต่อเนื่องในการฝึกซ้อมเพื่อพิชิตเส้นชัย Garmin Forerunner 570 รุ่นนี้ออกแบบมาให้รองรับการใช้งานในสถานการณ์ที่หลากหลาย ตั้งแต่การระบุตำแหน่งด้วยระบบดาวเทียมอัจฉริยะ SATIQ ที่เลือกโหมดสัญญาณให้เหมาะกับพื้นที่โดยอัตโนมัติ ช่วยให้การบันทึกเส้นทางและความเร็วในการวิ่ง (เพซ หรืออัตราความเร็วต่อนาที) มีความเสถียร ไม่ว่าจะวิ่งในเมืองที่มีตึกสูง เส้นทางธรรมชาติอย่างเส้นทางป่า หรือพื้นที่โล่งอย่างลู่วิ่งกลางแจ้ง ระบบ GPS ยังผสานข้อมูลแผนที่เพื่อช่วยนับรอบสนามได้แม่นยำ เหมาะกับการซ้อมแบบแบ่งช่วงความเร็วสลับหนัก–เบา (อินเทอร์วัล) และการเตรียมตัวก่อนลงแข่งจริง รองรับการโหลดไฟล์เส้นทาง GPX เพื่อกำหนดเส้นทางล่วงหน้า พร้อมระบบบันทึกเวลาเข้าเส้นชัยอัตโนมัติ
ระหว่างการวิ่งสามารถดูข้อมูลเส้นทางล่วงหน้า เช่น จุดให้น้ำหรือจุดพัก ผ่านฟีเจอร์แสดงข้อมูลล่วงหน้า ช่วยวางแผนการใช้แรงและการพักได้เหมาะสม ระบบ Power Manager ปรับการใช้พลังงานของแบตเตอรี่ตามรูปแบบการใช้งาน เพื่อให้ใช้งานต่อเนื่องได้ยาวขึ้น เสริมความปลอดภัยด้วยการแชร์ตำแหน่งแบบเรียลไทม์ให้คนใกล้ตัวติดตามได้ ข้อมูลสุขภาพอย่างอัตราการเต้นหัวใจ ความเครียด การนอน และระดับพลังงานของร่างกาย ถูกนำมาใช้ช่วยวางแผนการซ้อมและการพักฟื้นให้สมดุล พร้อมไมโครโฟนและลำโพงในตัวที่รองรับคำสั่งเสียง รับสาย และโทรออกจากข้อมือได้โดยตรง ลดการหยิบมือถือระหว่างวิ่ง และช่วยให้โฟกัสกับการเคลื่อนไหวได้มากขึ้น


Apple Watch Series 11 GPS Sport Band


ราคา 13,390 บาท (อาจเปลี่ยนแปลง) เช็กราคา

Apple Watch Series 11 GPS Sport Band เป็นสมาร์ทวอทช์ที่เหมาะกับคนที่อยากได้อุปกรณ์คู่ข้อมือสำหรับใช้ทุกวัน ตั้งแต่ตื่นเช้ามาเช็กแจ้งเตือน รับสาย ตอบข้อความ ไปจนถึงติดตามการเคลื่อนไหวระหว่างวัน หน้าจอ Always-On Retina Display สว่าง มองเห็นข้อมูลได้ชัดแม้กลางแดด การทำงานลื่นขึ้นด้วยชิป S10 ทำให้เปิดแอปหรือสลับฟีเจอร์ได้ต่อเนื่องไม่สะดุด แบตเตอรี่ใช้งานได้ประมาณ 24 ชั่วโมง เพียงพอกับการใส่ทั้งวันโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการชาร์จบ่อย สาย Sport Band ให้สัมผัสนุ่ม ใส่สบาย เหมาะทั้งวันทำงานและวันออกกำลังกาย
จุดที่ทำให้ Series 11 แตกต่างจากรุ่นระดับเริ่มต้นอย่าง Apple Watch SE 3 คือฟีเจอร์สุขภาพที่ละเอียดกว่า ไม่ว่าจะเป็นการวัด ECG, ออกซิเจนในเลือด และการวัดความดันโลหิต ช่วยให้ติดตามสภาพร่างกายได้ลึกขึ้นในชีวิตจริง รวมถึงหน้าจอแบบ Always-On ที่ดูข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องยกข้อมือบ่อย ๆ นอกจากนี้ยังกันน้ำระดับ 50 เมตร ใส่ว่ายน้ำหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งได้สบาย และมีระบบความปลอดภัยอย่างการตรวจจับการล้มและอุบัติเหตุที่ช่วยเพิ่มความอุ่นใจ เหมาะกับคนที่อยากได้สมาร์ทวอทช์ที่ครบกว่า SE แต่ยังคงใช้งานง่ายและเข้ากับไลฟ์สไตล์ประจำวันได้อย่างลงตัว



© all rights reserved
made with by templateszoo